Love Disease [KangTeuk]<2>

posted on 25 Oct 2009 01:23 by sapphire-13  in Fic-LoveDisease
 "ฮยองงง หยุดวิ่งไล่ผมเถอะ..."คังอินส่งเสียงอ้อนวอน
    "งั้นนายก็มายืนให้ชั้นเตะเซ่..."อีทึกยังไม่ยอมแพ้
    "เรื่องอะไรเล่า..ถ้าทำอย่างงั้นผมก็เจ็บน่ะสิ เอางี้ๆ"คังอินหยุดวิ่งแล้วดึงอีทึกเข้าไปกระซิบ นางฟ้าทำท่าชั่งใจอยู่ครู่หนึ่งแล้วก็พยักหน้าตกลงอะไรบางอย่างกับคังอินก่อนที่ทั้งคู่จะพากันออกจากห้องซ้อมไป
 
    "ว่าไง...?"คิบอมเปิดปากถามหลังจากที่พาดงเฮสังเกตการณ์มาพักใหญ่
    "อะไรว่าไงเหรอคิบอม?"แต่ทว่าเจ้าปลาน้อยยังไงก็ไม่รู้เรื่อง
    "อ่า...ช่างเหอะ เอาเป็นว่าถ้าผมคิดแผนการณ์ได้เมื่อไหร่ผมจะเรียกใช้งานพี่ละกัน"คิม คิบอมพูดไว้เท่านั้นแล้วเดินหนีไป
    "อะไรของเขา....?"ดงเฮได้แต่สงสัยทั้งเรื่องของวันนี้และความรู้สึกอะไรหลายๆอย่างที่....มันยังคลุมเครือ
...................................................................
 
    "เอานี่...แบบนี้ๆๆๆ โอเคนะ?"ฮีชอลอธิบายอะไรบางอย่างที่อยู่บนหน้ากระดาษให้ฮันคยองฟังอย่างเคร่งเครียด พร้อมยิงคำถามเพื่อย้ำให้แน่ใจ
    "......."อีกฝ่ายได้แต่เงียบ..ตั้งแต่ 30 นาทีที่แล้วเขาก็ได้นั่งฟังฮีชอลพูดๆๆๆ เรื่องแผนการณ์อะไรนั่นไม่หยุด จนฮันคยองเบื่อที่จะฟังเลยหันมานั่งจ้องหน้าคนพูดแทน
    "นายเข้าใจชั้นไหมเนี่ยฮันคยอง"ฮีชอลทำหน้าเซ็งก่อนที่จะโบกมือไหวๆไปมาข้างหน้าฮันคยองเพื่อเรียกสติของหนุ่มชาวจีน แต่...ผลก็ยังเป็นเหมือนเดิม ฮันคยองยังคงจ้องหน้าฮีชอลเหมือนเดิม ไม่ใช่ว่าเขาไม่รู้หรอกนะว่าคนๆนี้เอาแต่จ้องเขามานานเท่าไหร่แล้ว แต่มันก็ทำให้รู้สึกดี อย่างน้อยก็รู้ว่าในสายตาของคนๆนั้นมีแค่เขาคนเดียว แม้ฮีชอลจะรู้ดีว่าหากขาของเขากลับเป็นปกติเมื่อไหร่พวกเขาจะเหมือนเดิม แยกย้ายกันไปทำงาน กลับบ้านอาบน้ำและก็เข้านอน เวลาที่ได้อยู่ด้วยกันมันน้อยลงทุกที....ก็เป็นแค่คนที่บังเอิญมาอยู่ห้องเดียวกันนี่จะเรียกร้องอะไรมากกว่านี้ได้ล่ะ
    "อ่า....อีกรอบสิ อีกรอบ"ฮันคยองรู้ตัวว่าจ้องมากเกินไปแล้วเลยทำท่าทีกลบเกลื่อน จริงๆแล้วมันเป็นเรื่องยากสำหรับเขาที่จะไม่ทำแบบนั้นเมื่ออยู่ตรงหน้าของฮีชอล ทุกอย่างที่น่าหลงใหล ทุกอย่างที่ดูดีไปซะหมดช่างดึงดูดสายตาเกินกว่าจะห้ามได้
    "นายนี่น้า...ทำเสียเวลาจริงๆ ตั้งใจฟังล่ะ"ถึงแม้จะบ่นนั่นบ่นนี่แต่ก็มาอธิบายให้ฟัง นี่แหละ คิมฮีชอล
    "พวกพี่ทำอะไรกันอยู่น่ะ"คิบอมที่เพิ่งมาถึงทักขึ้น เขามองท่าทางเอาจริงเอาจังของฮีชอลอย่างสนอกสนใจ
    "คิบอมมี่...นายมาเมื่อไหร่น่ะ"เพราะแผนการณ์นี้เป็นความลับฮีชอลเลยพยายามซ่อนกระดาษแผ่นนั้นให้พ้นจากสายตาของคิบอม
    "พี่กำลังคิดจะทำอะไร..."
    "อ๋อ...ก็ฮีชอลเขาพยายา..อะ.."ที่ซ่อนดีดีที่หาเจอนั้นก็คือในปากของฮันคยองกระดาษแผนการถูกขยำเป็นก้อนแล้วยัดเข้าไปทำให้คำพูดอื่นๆพากันกลับลงคอไปหมด
    "อ๊าาา...ฮันคยองอ่าาา นายง่วงมากจริงๆสินะ เมื่อกี้เขากำลังจะบอกว่าชั้นน่ะพยายามจะแบกเขาไปนอนน่ะ นายก็รู้นะคิบอมมี่...ขาชั้นเป็นแบบนี้แต่ชั้นก็ชอบทำอะไรเกินตัวเสมอ...ไปนะฮันคยองไปกันเถอะ ไปๆ"การกลบเกลื่อนขั้นเทพถูกงัดออกมาใช้ แต่เหมือนจะไปได้ด้วยดี...
    "แค่ก...เอาไอ้นี่มายัดปากชั้นทำไมเล่าา ไอ้กระดาษ 'ผูกใจคังทึก' อะไรนั่นน่ะ แทบจะติดคอตายอยู่แล้ว"หนุ่มชาวจีนผู้แสนซื่อหลุดหัวข้อแผนการออกมาคำโต
    "หืมมม? ผูกใจคังทึก นี่พี่คงไม่...."คิบอมเอียงคอมองผู้อาวุโสของวงเล็กน้อยเพื่อต้องการให้ฮีชอลอธิบาย
    "หรือว่านายจะปฏิเสธว่าทั้งสองคนนั่นไม่เหมาะกัน"คำอธิบายที่มาตามความรู้สึกและการสังเกตของคนว่างคนนึงโดยเฉพาะ
    "แต่พวกเขาเป็นแค่คู่เซอร์วิส แถมยังผู้ชายทั้งคู่ แล้วเราก็เป็นซุปเปอร์ จูเนียร์นะพี่ แบบนั้นมันจะทำให้ดูไม่ดีไม่ใช่รึไง"คิบอมแกล้งคัดค้านพอเป็นพิธี เพื่อให้เขาได้แน่ใจว่าตนเองนั้นจะได้แนวร่วมแบบตลอดรอดฝั่ง
    "แล้วไง..นายแคร์รึไง..คิบอมมี่...ถ้านายมัวแต่คิดแบบนี้ คนที่นายต้องการจะหลุดมือไปเอานะ"คำสวนกลับที่ทำเอาจุก ใบหน้าของคนๆนั้นลอยเข้ามาในหัวพร้อมกับหัวใจที่เจ็บแปลบ ...ได้เพียงแค่นี้ก็พอแล้ว มากไปกว่านี้ไม่ได้หรอก... เขาคิดแบบนี้มาตลอด สุดท้ายแล้วก็เจ็บมาตลอดเช่นกัน
    "ว่าไง..คิบอมมี่...แบบนี้นายยังจะไม่เห็นด้วยอยู่รึเปล่า"ฮีชอลเริ่มรุกอย่างไม่หยุดยั้ง
    "......"
    "ใจตัวเองต้องการจะทำอะไร นายก็ยังไม่แน่ใจเลย แล้วจะปล่อยให้กรณีศึกษาอย่างคังอินกับอีทึกน่ะหลุดมือไปง่ายๆโดยที่นายไม่สนใจได้ยังไง"
    "ก็ได้...ผมเห็นด้วย แล้วผมก็หวังว่าหลังจากนี้จะมีใครบางคนรู้ใจตัวเองว่าควรทำยังไงกับม้าศึกแล้วก็คุณป๋านะ"คิบอมทิ้งท้ายแล้วเดินจากไป 
    "นะ...นายยย ไอ้เด็กนี่...."
.............................................................................................................................
    
    "วันนี้....คิบอมทำตัวแปลกๆล่ะ"ดงเฮเปิดบทสนทนาระหว่างพักจากการซ้อมเต้นกับอึนฮยอกที่ห้องซ้อม
    "แล้วไง..มันเกี่ยวอะไรกับ เรา ล่ะ"คำว่าเราถูกเน้นหนักอย่างไม่จำเป็น อาการไม่พอใจแสดงออกมาอย่างเห็นได้ชัดเสมอเมื่อดงเฮพูดถึงคิบอมให้อึนฮยอกฟัง
    "เกี่ยวสิ...กับชั้นไง หมู่นี้เค้าทำตัวแปลกๆกับชั้นตลอดเลย"เจ้าปลาน้อยดงเฮเริ่มแสดงอาการกลุ้มใจเล็กๆ
    "อ๊าาา ถ้าเรื่องนั้นทำให้นายลำบากใจก็อย่าคิดถึงมันสิ อย่าคิดถึงมัน"ใช่...อย่าไปคิดถึงคิบอมเลยนะดงเฮ แค่ชั้นก็พอ...นายมีแค่ชั้นก็พอ
    "ก็ได้ๆ ...มั้งนะ..."คำพูดแสดงถึงความไม่แน่ใจเอ่ยออกมาด้วยเสียงแผ่วๆ เพราะไม่อยากให้เพื่อนที่อยู่กับเขามาตลอดต้องคิดมากตามเขา
    "เฮ้อออ นายนี่จริงๆเล้ยย"อึนฮยอกปัดเป่าบรรยากาศไม่สู้ดีเมื่อครู่ให้หายไปด้วยการเข้าไปลูบหัวดงเฮ เจ้าปลาน้อยก็ได้แต่ส่งยิ้มสดใสๆตอบกลับมา น้ำสะอาดถูกยื่นให้กันและกันอย่างบังเอิญ เสียงหัวเราะต่อกระซิกดังขึ้นมาเป็นระยะๆจากพวกเขา คิบอมที่ยืนอยู่ไม่ห่างนักก็ได้ยิน เขาฝืนยิ้มให้ตัวเองแล้วหันหลังกลับเหมือนที่เคยทำทุกครั้ง
    "เอ๊ะ..คิบอม นายก็มาซ้อมอีกรอบแล้วเหรอ"ลูกบิดประตูอยู่ห่างจากมือไม่ถึงเซนฯ แต่เสียงของคนที่ตนชอบก็ดังแว่วอยู่ใกล้ๆนี้เช่นกันหัวใจที่เคยหลีกหนีก็กลับลังเลขึ้นมาดื้อๆ
    "อ่าา ก็...อย่างงั้นแหละ"ตัดสินใจหันกลับไป ภาพของคนที่แอบชอบยืนอยู่ข้างๆเเพื่อนร่วมวงคนสนิททำให้บรรยากาศรอบตัวน่าอึดอัด หัวใจสะเทือนขึ้นมาอีกครั้งเมื่ออึนฮยอกที่รับรู้ได้ถึงความรู้ของคิบอมที่มีต่อดงเฮทำให้เขาแสดงความเป็นเจ้าของออกมาอย่างไม่ได้ตั้งใจ มือที่โอบไหล่ของคนตัวเล็กอยู่ก็ยิ่งกระชับเข้ามาอีกเมื่อเห็นว่าคิบอมมองอยู่
    "มาซ้อมด้วยกันสิ อีกไม่กี่วันก็ขึ้นไลฟ์แล้ว"ดงเฮเอ่ยปากชวน
    '.....ผมไม่ยอมแพ้พี่อีกหรอก พี่อึนฮยอก.....' คิบอมพยักหน้ารับคำชวนคราวนี้เค้าจะไม่หนีแล้ว จะซื่อตรงต่อใจตัวเองให้มากที่สุดต้องจัดการเรื่องของตนเองให้ได้ก่อนที่จะไปยุ่งเรื่องของคนอื่น
    '....ผมคือ คิม คิบอมนะ และดงเฮต้องเป็นของผม เป็นของผมคนเดียว' 

edit @ 25 Oct 2009 01:24:09 by -[!!Asteri$k!!]-

edit @ 25 Oct 2009 03:24:51 by -[!!Asteri$k!!]-

edit @ 25 Oct 2009 03:25:59 by -[!!Asteri$k!!]-

edit @ 25 Oct 2009 13:16:41 by -[!!Asteri$k!!]-

edit @ 28 Oct 2009 21:25:30 by -[!!Asteri$k!!]-

edit @ 29 Oct 2009 21:34:39 by -[!!Asteri$k!!]-

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

Tweet